เท็กซัสผงาด! คาดกำลังผลิตแผงโซลาร์เซลล์พุ่งทะลุ 15 GW ในปี 2026 ครึ่งหนึ่งของสหรัฐฯ

เท็กซัสผงาด! คาดกำลังผลิตแผงโซลาร์เซลล์พุ่งทะลุ 15 GW ในปี 2026 ครึ่งหนึ่งของสหรัฐฯ

เท็กซัสผงาด! คาดกำลังผลิตแผงโซลาร์เซลล์พุ่งทะลุ 15 GW ในปี 2026 ครึ่งหนึ่งของสหรัฐฯ

รัฐเท็กซัสเตรียมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลังงาน โซล่าเซลล์ ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยคาดการณ์ว่ากำลังการผลิต แผงโซลาร์เซลล์ (PV Module) จะพุ่งสูงเกิน 15 GW ภายในปี 2026 นี้ ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตแผงโซลาร์ชนิดซิลิคอนทั้งหมดในประเทศ

Texas: จุดยุทธศาสตร์ใหม่ของโรงงานผลิตแผงโซลาร์

จากการรายงานของ pv magazine รัฐเท็กซัสกำลังกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่กลุ่มผู้ผลิต Solar Panel ระดับโลกเลือกใช้เป็นฐานการผลิต โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง T1 Energy และ Canadian Solar เป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อน นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นรายใหญ่รายอื่นๆ ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในระดับจิกะวัตต์ (GW) ได้แก่:

  • SEG Solar

  • Waaree Energies

  • Imperial Star

  • TOYO Solar

ความสำเร็จของเท็กซัสในการดึงดูดการลงทุนครั้งนี้ ส่งผลให้รัฐกลายเป็นผู้นำที่ชัดเจนในนโยบายส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ (Domestic Manufacturing) ของสหรัฐฯ

ศูนย์กลางงานประชุม Solar Manufacturing USA 2026

ด้วยการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้เมืองออสติน รัฐเท็กซัส ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานประชุม Solar Manufacturing USA ในวันที่ 22-23 กันยายน 2026 ซึ่งจะเป็นงานสัมมนาครั้งแรกที่มุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมการผลิตภายในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ผู้เข้าร่วมงานจะมีโอกาสได้เยี่ยมชมโรงงานผลิตจริงในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จในการสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

บททดสอบการดึงห่วงโซ่อุปทานกลับสู่ท้องถิ่น (Onshoring)

ความท้าทายต่อไปของเท็กซัสคือการสร้างระบบนิเวศการผลิตที่ครบวงจร ไม่ใช่แค่การประกอบแผง แต่รวมถึงการผลิตวัตถุดิบและส่วนประกอบสำคัญ (Bill of Materials) เช่น:

  • เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cells): จะมีการขยายฐานการผลิตเซลล์ในเท็กซัสเองหรือนำเข้าจากรัฐอื่น

  • ส่วนประกอบอื่นๆ: กระจกโซลาร์, แผ่น Backsheets, ฟิล์ม และโครงอลูมิเนียม

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าในปี 2027 เราอาจจะได้เห็นการประกาศลงทุนในส่วนของ Ingot (แท่งซิลิคอน) และ Wafer (แผ่นเวเฟอร์) ในพื้นที่เท็กซัสเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ